วิธีการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ HIV

การเป็นเอดส์นั้น นอกจากความหดหู่ที่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว ยังแพร่ขยายความหดหู่นี้ไปยังครอบครัวอีกด้วย หลายคนพอเป็นเอดส์มักจะโดนทิ้งอยู่ในโรงพยาบาล หรือ ไม่ก็โดนปล่อยทิ้งไว้ที่สถานดูแลผู้ป่วย หากทำแบบนั้นยิ่งทำให้ผู้ป่วยเกิดอารมณ์หดหู่จนอาการป่วยอย่างอื่นถาโถมเข้ามาจนลุกลามเร็วขึ้น ทางที่ดีหากเป็นเอดส์ควรกลับไปดูแลที่บ้านกับครอบครัวดีกว่า แต่การจะดูแลผู้ป่วยเอดส์ในครอบครัวจะต้องมีข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังนี้

รับประทานยา อย่างสม่ำเสมอ

เอดส์ เป็นโรคที่ผู้ป่วยจะต้องดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างดีด้วย หากไม่ดูแลตัวเองจะทำให้โรคที่เกิดขึ้นจากความอ่อนแอของเราเกิดขึ้นมาได้ง่าย ทางหนึ่งที่ต้องดูแลให้ดีก็คือ การรับประทานยา เนื่องจากยาพวกนี้จะทำหน้าที่ต้านไวรัส และป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ผู้ป่วยหลายคนอาจจะไม่ชอบกินยา หรือ ลืมทานยา หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวบ่อยๆ ผลที่ตามมาก็คือเชื้อโรคภายในร่างกายจะเกิดอาการดื้อยา ส่งผลให้การรักษาดูแลตัวเองยากขึ้นไปอีก ดังนั้นคนในครอบครัวต้องช่วยกันเรื่องนี้เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว

การทำตัวปกติ

โรคเอดส์นั้นเอาเข้าจริง มันก็แทบไม่ได้แสดงออกให้เห็นทั่วไปว่าเป็นโรคอะไร หรือ หากจะเป็นโรคจริงมันก็เป็นโรคอื่นมากกว่า นั่นคือข้อดีในการทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่า เค้าเองก็ป่วยปกติไม่ได้เป็นอะไรที่ร้ายแรง คนในครอบครัวต้องทำเหมือนกับว่า ผู้ป่วย เป็นโรคธรรมดา ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอะไรมาก ทำเหมือนกับว่าเค้าเป็นโรคหวัด ไอ จาม ที่เดี๋ยวก็หาย การทำแบบนี้จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่เป็นภาระของครอบครัว มีกำลังใจต่อสู้กับโรคร้ายมากขึ้น

อาหาร

อาหารการกิน ต้องเน้นกันหน่อย เนื่องจากอาหารส่งผลต่อสุขภาพโดยตรงได้ อย่างแรกเลยความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญมาก อาหารต้องคัดเลือกมาจากสิ่งที่ปรุงสุกใหม่ สด สะอาด จะทำให้ผู้ป่วยรับประทานได้อย่างสบายใจ ส่วนอาหารเครื่องดื่มที่แสลงและเป็นโทษต่อร่างกาย อย่างเช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของดิบ สารพัดของประหลาดทั้งหลายที่เชื่อกันแบบไม่มีวิทยาศาสตร์รองรับว่ารักษาได้ควรงดเว้นไปก่อน

จัดการเรื่องสารคัดหลั่ง

การดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ หัวข้อที่ต้องระวังมากสุดเป็นเรื่องของเลือด และสารคัดหลั่งที่เกิดจากตัวผู้ป่วยเอง ตรงนี้ต้องระมัดระวังนิดหนึ่ง เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดเชื้อโรคได้ คำแนะนำก็คือ มีดโกน แปรงสีฟัน ควรจะใช้แยกกัน และเก็บแยกไม่ควรปะปนกับคนอื่น สองหากสัมผัสสารคัดหลั่งควรใส่ถุงมือทุกครั้ง และ ทำความสะอาดล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเพื่อฆ่าเชื้อ และขยะที่มีสารคัดหลั่งเจือปน ไม่ว่าจะเป็น กระดาษชำระ ผ้าอนามัย ผ้าพันแผล ควรปิดให้มิดชิด แยกขยะทิ้งจากกองขยะอื่น สุดท้ายหากไม่เข้าใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนร่วมกัน เชื่อสิว่าการดูแลผู้ป่วย HIV ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

วัณโรครักษาหายได้ แม้จะเกิดขึ้นในผู้ป่วยเอดส์

ความน่ากลัวอย่างสำคัญเมื่อเราติดเชื้อ HIV นั่นก็คือ การทำให้เราอ่อนแอลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อเราอ่อนแอลงสิ่งที่ตามมาก็คือ เราจะป่วย ไม่สบายได้ง่ายขึ้น บางโรคที่เราไม่เคยเป็นมาเลย ก็จะเป็นได้ง่ายขึ้น หายยากมากขึ้น บางคนพอเป็นเอดส์ก็อาจจะถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อได้แบบไม่รู้ตัวทีเดียว แต่ไม่ต้องกังวลไปเดี๋ยวนี้การแพทย์เราก้าวหน้าไปไกลแล้ว แม้จะเป็นวัณโรคของผู้ป่วยเอดส์ก็หายได้เหมือนกัน

ทำความรู้จักโรค วัณโรค

วัณโรค เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากร่างกายของเรารับเชื้อแบคทีเรียเข้าไป ตัวนี้ชื่อว่า มัยโคแบคทีเรียน ทูเบอร์คูโลซิส รูปร่างหน้าตาจะเป็นแท่งแต่มีขนาดเล็กมาก หากต้องการจะเจอต้องใช้สีย้อมลงไปจึงจะเห็น ความน่ากลัวก็คือมันสามารถเข้าไปได้ทุกอวัยวะของเราตั้งแต่ปอด กระดูก ลำไส้ ไต ผิวหนัง ต่อมน้ำเหลือง และเยื่อหุ้มสมอง แต่เรามักจะได้ยินว่ามันเข้าไปในปอดมากที่สุดจนกลายเป็นโรควัณโรคปอด อาการเบื้องต้นก็จะมีทั้งไอ เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ น้ำหนักลด เหงื่อออกจนผิดปกติ โดยปกติวัณโรคเป็นได้ไม่ง่ายนักสำหรับคนที่สุขภาพแข็งแรง หากเป็นจริงก็สามารถรักษาให้หายขาดได้จากการรับยาตามกำหนด ตรวจเช็คสภาพร่างกายตามระยะเวลา

ความน่ากลัวของ วัณโรค + HIV

เมื่อร่างกายเราติดเชื้อ HIV เข้าไปแล้ว ความน่ากลัวจะเพิ่มมากขึ้น สำหรับเชื้อ HIV + วัณโรค ก็คือ เราจะเป็นโรคนี้ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก เป็นบ่อยกว่าเดิมเนื่องจากสภาพร่างกายของเราอ่อนแอลง ภูมิคุ้มกันลดน้อยลงไปด้วย ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อเชื้อ HIV จะทำให้เชื้อโรคที่ทำให้เกิดวัณโรคนั้น เกิดอาการดื้อยามากขึ้น นั่นทำให้การรักษาลำบากมากขึ้น แพทย์ต้องให้ยาแรงมากขึ้นเพื่อจัดการเชื้อโรคที่ดื้อยา เมื่อเราได้รับยาแรงขึ้น อาจจะทำให้ร่างกายต่อต้าน มีผลกระทบข้างเคียงอื่นตามมาได้

ผู้ป่วยเอดส์ เป็นวัณโรคหายได้ไหม

หากย้อนกลับไปสัก 10 ปีที่แล้ว ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV แล้วเป็นโรควัณโรค เตรียมบอกลาคนรอบตัวได้เลย เนื่องจากยารักษายังไม่พัฒนาตัวเองเท่าไร แต่ตอนนี้ผู้ป่วย HIV ที่มีโรควัณโรคอยู่ด้วยมีโอกาสหายมากขึ้น เนื่องจากมีการสร้างยาต้านไวรัสขึ้นมาเพื่อจัดการกับไวรัส เชื้อโรคในร่างกาย เมื่อจัดการกับเชื้อโรคได้โอกาสหายก็มีมากขึ้น แต่การรักษาอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าเดิม ต้องอยู่ในคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด เพื่อเช็คอาการดื้อยาของเชื้อวัณโรค ดังนั้นผู้ป่วยติดเชื้อ HIV อย่าเพิ่งวิตกกังวลเกินไป ดูแลตัวเองให้ดี รักษาหายแน่นอน

เพศ อาชีพ ปัจจัยเสี่ยงจะกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ มากที่สุดมีอะไรบ้าง

โรคเอดส์นับว่าเป็นภัยเงียบอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ไกลจากตัวเราเท่าไรนัก ซึ่งการป้องกันแม้ว่าจะเป็นเรื่องง่ายแต่มันกลับเป็นเรื่องยากสำหรับบางคนในสถานการณ์ที่ไม่พร้อม ปัจจุบันสถิติผู้ป่วยเอดส์มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ เรามาย้อนดูกันว่าจากสถิติยอดผู้ป่วยโรคเอดส์ตลอด 30 ปีในกรุงเทพ ผู้ป่วยเอดส์หากแบ่งตามกลุ่มปัจจัยที่แตกต่างกันจะมีผลอย่างไรบ้าง

เพศไหนเยอะกว่า

เอดส์นั้นเอาเข้าจริงไม่ว่าเราจะเป็นเพศไหนก็มีสิทธิ์ติดด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เพศชาย เพศหญิง หรือ เพศทางเลือก แต่หากนับจากสถิติผู้ป่วยตามข้อมูลที่ได้มาก บอกว่า ผู้ป่วยเอดส์ทั้งหมด 47,958 คน แบ่งเป็นชายมากถึง 34,890 คน คิดเป็นเปอร์เซนต์ก็จะอยู่ที่ 74% ส่วนที่เหลือเป็นผู้ป่วยเพศหญิงประมาณ 13,068 คน ถือว่าชายมีสัดส่วนมากกว่าหญิงเกือบ 2 เท่าเลยทีเดียว

แบ่งตามอายุ

อายุก็เป็นตัวบ่งบอกถึงความเสี่ยงการเป็นโรคเอดส์ด้วยเหมือนกัน ช่วงอายุที่เป็นผู้ป่วยเอดส์มากที่สุดได้แก่ อายุ 30-39 ปี คิดเป็น 42.02% (เกือบครึ่งหนึ่ง) รองลงมาเป็นช่วงอายุ 20-29 ปี 25% อายุ 40-49 ปี 20.65% ที่เหลือก็ลดหลั่นลงไป จะเห็นว่าช่วงอายุ 30-39 ปี น่าจะเป็นช่วงวัยเจริญพันธุ์ วัยผู้ใหญ่ มีการสลับคู่นอนกันเยอะก็เลยมีสถิติตามที่เห็น

จำแนกตามกลุ่มอาชีพ

สำหรับอาชีพตามสถิติอันนี้ ต้องบอกว่าบางทีมันก็ยังวัดอะไรไม่ได้มากนัก อาชีพเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าพวกเค้าจะมีคนเป็นเอดส์เยอะมาก อาชีพที่เป็นเยอะสุดก็คือ รับจ้างทั่วไป จำนวน 18,671 คน คนว่างงาน 7,186 คน และ งานบ้าน 4,324 คน สำหรับอาชีพที่มากสุดอย่างกลุ่มรับจ้างทั่วไป อาจจะมองในมุมว่า คำนี้นิยามของอาชีพค่อนข้างกว้างกว่า ยังไม่นับคนที่ทำอาชีพอื่นแต่อาจจะปิดบังตัวเองว่าทำรับจ้างทั่วไปก็ได้เหมือนกัน

ปัจจัยเสี่ยง

หัวข้อนี้น่าสนใจมาก เพราะเป็นการแยกรายละเอียดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้มากที่สุดก็คือ การมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรักต่างเพศ รักร่วมเพศ รักทั้งสองเพศ และไม่ทราบสาเหตุ สองยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น สามไม่ทราบปัจจัยเสี่ยวของตัวเอง สี่ติดเชื้อจากมารดา และ ห้ารับเลือดจากคนอื่น จากสถิตินี้พอจะบ่งบอกได้ว่าเราควรจะหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ไม่พร้อม ขาดการป้องกัน และขาดการยับยั้งชั่งใจให้มากที่สุด เพราะไม่ว่าเราจะเป็นเพศไหน รสนิยมแบบไหนก็มีโอกาสติดเอดส์จากเพศสัมพันธ์ได้ทั้งนั้น

จากสถิติตรงนี้ พอจะบอกสาเหตุการติดโรคเอดส์ได้แบบคร่าวๆ หากเราไม่อยากจะติดเอดส์ก็ควรจะหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เพื่อตัวของเราเอง

ทำไมเกย์จึงมีโอกาสในการติดเชื้อ HIV มากกว่าคนทั่วไป

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ HIV ในปัจจุบันนั้น ไม่ได้มีแต่คู่ของหญิงชายเท่านั้น สำหรับเพศทางเลือก คู่รักร่วมเพศเองก็มีอัตราการติดเชื้อ HIV มากด้วยเช่นกัน สำหรับกลุ่มเพศทางเลือกเอง กลุ่มของเกย์ หรือ ชายรักชายนั้นมีโอกาสและจำนวนผู้ที่ติดเชื้อ HIV มากที่สุด เป็นเพราะอะไรเรามาวิเคราะห์สาเหตุของพวกเค้ากัน

การไม่ใส่ถุงยางอนามัย

สาเหตุสำคัญของการติดเชื้อ HIV มาจากกลุ่มชายรักชายก็คือ พวกเค้ามักจะไม่สวมถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ทำให้โอกาสการติดเชื้อมีมากขึ้นตามไปด้วย ไม่น่าเชื่อว่าในกลุ่มชายรักชายจะมีการใช้ถุงยางอนามัยน้อยมาก อาจจะเพราะคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันจะปลอดภัย ที่สำคัญไม่มีโอกาสท้องอย่างแน่นอน แนวคิดนี้ถือว่าผิดอย่างมากทีเดียว แม้ว่าจะเป็นเพศเดียวกันแต่หากไม่รู้จักประวัติก็ควรป้องกันตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

รูทวารหนัก ฉีกขาดง่ายกว่า

วิธีการมีเพศสัมพันธ์ของกลุ่มชายรักชายก็เป็นส่วนหนึ่งของการติดเชื้อ HIV ด้วยเหมือนกัน ต้องเข้าใจพื้นฐานของพวกเค้าก่อนว่า ชายรักชาย เวลามีเพศสัมพันธ์กันนั้นจะมีใช้รูทวารหนัก (ก้น) เป็นที่สอดใส่อวัยวะเพศของอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อทำให้ตัวเองขึ้นสู่จุดสุดยอด ซึ่งทวารหนักนั้นเดิมทีไม่ได้เป็นอวัยวะที่ออกแบบมาเพื่อการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากจะทำให้เจ็บแล้ว อวัยวะนี้ยังไม่มีการออกสารหล่อลื่นออกมาช่วยด้วย ทำให้การสอดอวัยวะเพศเข้าไปจะเกิดการคับแน่น เสียดสีจนทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย รวมถึงถุงยางอนามัยขาดด้วย เมื่อทั้งสองอย่างบรรจบกันเลือดที่เกิดขึ้นย่อมเป็นสื่อถ่ายเทเชื้อ HIV จากฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างง่ายได้

การแลกเปลี่ยนคู่นอน

จริงอยู่ว่าสังคมในตอนนี้ การแลกเปลี่ยนคู่นอนแบบชั่วคราว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากขึ้น หรือ การสลับคู่นอนของตัวเองกับคนอื่นก็เกิดขึ้นได้ง่าย แต่พฤติกรรมทางเพศแบบนี้ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ด้วย กลุ่มชายรักชายมักจะมีการนัดหมายแลกเปลี่ยน สลับคู่นอนกันอย่างสม่ำเสมอ ตรงนี้จะทำให้การติดเชื้อ HIV มีโอกาสเพิ่มมากขึ้น

ยาเสพติด

กลุ่มชายรักชายหลายคน เวลาไปเจอกันพบปะสังสรรค์กัน อาจจะมีเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย บุหรี่ เหล้า อาจจะเป็นตัวตั้งต้นสู่การใช้ยาเสพติดที่รุนแรงมากขึ้น อย่างยาบ้า เฮโรอี กัญชา ซึ่งยาเสพติดบางอย่างจะใช้เข็มฉีดยาเพื่อนำสารเข้าสู่ร่างกาย เมื่อมีการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันโอกาสติดต่อกันของเชื้อ HIV ก็มีมากขึ้นไปด้วย แม้ว่าเราจะเป็นกลุ่มชายรักชาย หากจะรักสนุกก็ควรจะวางแผนป้องกันตัวเองอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อ HIV ได้

ตรวจเชื้อ HIV ทำอย่างไร มีกี่วิธี อะไรบ้าง เพื่ออะไร

โรค HIV นั้นเป็นโรคที่เรายังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ก็คือการค้นพบมันก่อนจะเกิดอันตรายขึ้นกับตัวเรา จากนั้นก็ทานยาต้านไวรัสตลอดชีวิต พร้อมกับดูแลตัวเองให้ดีเพื่อสู้กับโรคร้าย เชื้อไวรัสต่อไป การตรวจหาเชื้อไวรัส HIV จงสำคัญมาก ซึ่งการตรวจหา HIV เค้ามีวิธีการตรวจอย่างไร เรามีคำอธิบายด้านล่าง

ไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็น

หากเราไปมีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยงมา หรือ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV เราอาจจะต้องรีบไปหาหมอเพื่อตรวจว่าตัวเองนั้นติดเชื้อไวรัสนั้นมาหรือเปล่า แต่อย่างหนึ่งต้องเข้าใจก่อนก็คือ บางครั้งการตรวจแล้วสรุปว่าเราไม่เป็น HIV นั้นไม่ได้หมายความว่าเราไม่เป็น การตรวจแล้วไม่เจออาจจะหมายถึงว่าเชื้อโรคดังกล่าวยังอยู่ในระยะฟักตัวจึงไม่แสดงอาการนั้นออกมา นั่นทำให้การตรวจหา HIV จึงต้องมีการตรวจซ้ำอีกหลายครั้งระยะห่างประมาณ 3 เดือนเพื่อให้แน่ใจจริงว่าแม้จะเข้าสู่ระยะฟักตัวแล้ว เราก็ยังไม่มีเชื้อตัวนี้อยู่ดี

วิธีการตรวจ HIV

หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย หากต้องไปตรวจหาเชื้อโรค HIV แต่ความจริงแล้วไม่เป็นแบบนั้นเลย การตรวจหาเชื้อเพื่อให้เราสบายใจและชัดเจนว่าจะจัดการกับตัวเองอย่างไร ซึ่งการตรวจหา HIV มี 3 วิธีดังนี้

วิธี Anti HIV

วิธีแรกชื่อว่า Anti HIV วิธีนี้เราสามารถตรวจได้กับโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถตรวจได้ปีละ 2 ครั้ง (หากเกินกว่านั้นเสียเงินเอง) การตรวจใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะทราบผลการตรวจ แต่การตรวจนี้จะเป็นการตรวจร่างกายย้อนไปประมาณ 1 เดือนก่อน กล่าวคือ หากเรามีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยงมาแล้วประมาณ 25-30 วัน (ไม่มีเพศสัมพันธ์เพิ่มเติม) จากนั้นมาตรวจจะทราบได้ว่าเรามีเชื้อหรือไม่ แต่หากเรามีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยงในระยะเวลาที่น้อยกว่านั้น (1-2 วัน, 1 สัปดาห์) จะไม่สามารถตรวจพบเจอได้

วิธี NAT

วิธีนี้เราไม่ขอพูดในรายละเอียดทางด้านเทคนิค พูดง่ายๆ ว่า เราสามารถตรวจได้เลยหากไปมีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยงมาไม่เกิน 1 สัปดาห์ วิธีนี้ตรวจได้ว่าจะเป็น HIV หรือไม่ สามารถไปตรวจได้ตามคลินิกนิรนามเงื่อนไขตรวจได้ฟรี ปีละ 2 ครั้งเช่นกัน อธิบายเพิ่มเติม คลินิกนิรนามคือคลินิกที่ให้คำปรึกษาเฉพาะทางสำหรับผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

วิธี Rapid HIV test

สำหรับใครที่อาย กลัว ไม่กล้าไปเจอหมอ หรือ พยาบาลที่คลินิกนิรนามวิธีนี้ตอบโจทย์เนื่องจากสามารถตรวจได้เองที่บ้าน แล้วรอผลตรวจเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้นเอง แต่การตรวจด้วยวิธีนี้เราไม่ค่อยแนะนำเท่าไร เนื่องจากผลการตรวจอาจจะคลาดเคลื่อนจากวิธีการตรวจที่เราทำผิดพลาดได้(ตื่นเต้น ไม่เข้าใจวิธีการ) แนะนำว่าหากต้องการตรวจจริงเลือกสองวิธีแรกจะแม่นยำกว่า อีกทั้งจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการปฏิบัติตัวด้วย

เชื้อ HIV เชื้อไวรัสร้าย ส่งผลต่อการตั้งครรภ์หรือไม่

เชื้อ HIV เป็นอีกโรคที่แม้ว่าจะไม่สามารถติดต่อกันได้ง่าย แต่หากเข้าเงื่อนไขของมันก็สามารถติดได้โดยไม่มีข้อแม้เหมือนกัน หนึ่งในเงื่อนการไขการส่งต่อเชื้อร้ายตัวนี้ก็คือ การส่งต่อจากแม่สู่ลูกในครรภ์ เมื่อก่อน หากคุณแม่คนไหนเป็นเอดส์แล้วตั้งครรภ์ หรือ ขณะตั้งครรภ์ลูกในท้องก็จะเป็นเอดส์ตามไปด้วย ส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ทั้งแม่และลูก แต่ปัจจุบันนี้สถานการณ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

คุณแม่มีเชื้อ HIV ตั้งครรภ์ได้หรือไม่

ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่า การแพทย์ของเราได้พัฒนามาไกลมาก จนทำให้เราสามารถผลิตยาต้านไวรัสออกมาหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ยาต้านสำหรับผู้ที่ติดเชื้อ HIV, ยาต้านไวรัสแบบฉุกเฉิน, ยาต้านไวรัสแบบระยะยาว เป็นต้น นั่นรวมถึงการออกแบบยาต้านไวรัสสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วย ยุคนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HIV จะสามารถทานยาต้านไวรัสเพื่อไม่ให้ถ่ายทอดเชื้อ HIV ไปสู่บุตรในครรภ์ได้แล้ว ยินดีด้วย

ฝากครรภ์ทันทีลดอาการเสี่ยง

ต้องบอกก่อนว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นภาวะปกติ หรือ ภาวะ HIV ต้องเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ HIV ยิ่งทำให้คุณแม่เสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิม 2-3 เท่า ทางป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ หากรู้ตัวว่าตั้งครรภ์คุณแม่ต้องรีบเข้าไปฝากครรภ์โดยด่วน จำไว้ว่าหากฝากครรภ์เร็วความเสี่ยงก็ลดลง ยิ่งถ้าหากรู้ตัวว่ามีเชื้อ HIV อยู่แล้วด้วย การรีบไปฝากครรภ์พร้อมกับแจ้งสภาพของตัวเองให้พยาบาลได้รับรู้ เค้าจะช่วยเหลือเราได้เร็ว เราจะได้รับยาต้านไวรัสเพื่อกินแต่เนิ่น ช่วยได้เยอะ

การดูแลตัวเอง

คุณแม่ภาวะปกติก็ต้องดูแลตัวเองอยู่แล้ว แต่หากเราเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีเชื้อ HIV ยิ่งต้องระวังมากขึ้น นอกจากเรื่องของอาหารที่มีประโยชน์ ผัก ผลไม้ ต้องกินให้มากขึ้นแล้ว ยังต้องกินนมเพื่อเสริมสร้างแคลมเซียมอีกด้วย นอกจากนั้นเราต้องปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนการดูแลตัวเองช่วงตั้งครรภ์ด้วย ไม่เพียงแค่เรื่องทานยาอย่างสม่ำเสมอ พบหมอตามกำหนดอย่างเคร่งครัดเท่านั้น ยังมีเรื่องอื่นอีกด้วย

นมแม่ไม่เหมาะ

แม้จะอยู่ช่วงตั้งครรภ์ แต่เรื่องหนึ่งที่คุณแม่ต้องทำใจล่วงหน้าเลยก็คือ การเลี้ยงดูแลลูกน้อยในครรภ์นั้นจะไม่เหมือนปกติทั่วไป เราอาจจะต้องห่างลูกสักหน่อยเนื่องจากต้องพักฟื้นแผลให้หาย ป้องกันเลือดและสารคัดหลั่งไปโดนตัวลูก เรื่องสำคัญก็คือ ลูกที่เกิดจากคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีเชื้อ HIV นั้นจะไม่สามารถรับประทานนมแม่ได้ เพื่อป้องกันเชื้อ HIV ผสมกับนมแม่เข้าสู่ร่างกายของลูก เด็กต้องทานนมผงตั้งแต่เกิด แม้จะเสียใจนิดหน่อยแต่แลกกับความปลอดภัยของลูกของเราก็คุ้มนะ

ยา PEP หรือ ยาต้านไวรัสเชื้อ HIV แบบฉุกเฉิน คืออะไร

หนึ่งโรคร้ายที่สามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้อย่างเลือดเย็นที่สุดโรคหนึ่งก็คือ HIV ต้องยอมรับว่าตอนนี้การรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ยังไม่สามารถทำได้หายขาดเหมือนกับโรคอื่นทำได้แค่ทานยาต้านไวรัสเอาไว้ ซึ่งก็คงต้องสู้กันต่อไป แต่ทางการแพทย์ได้มีการสร้างยาต้านเชื้อไวรัสขึ้นมาแบบฉุกเฉิน มันเป็นยาแบบไหน ทานอย่างไร ใครควรทาน เรามาทำความรู้จักมันกัน

Pep ยาต้านเชื้อไวรัส

ยาต้านเชื้อไวรัส HIV แบบฉุกเฉินตัวนี้มีชื่อว่า pep ย่อมาจากคำว่า post-exposure prophylaxis แปลเป็นภาษาไทยแบบเข้าใจได้ง่ายว่า ยาต้านไวรัสฉุกเฉินสำหรับคนที่มีประสบการณ์เสี่ยงจะติดเชื้อ HIV โดยยาตัวนี้คุณสมบัติคร่าวหากทานทันเวลามันจะช่วยทำให้เราไม่เป็นโรค HIV ได้ (แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละคนไม่เหมือนกัน)

วิธีการรับประทานยา

การกินยา pep นี้หากต้องการจะได้รับประสิทธิภาพสูงสุดต้องทายาต้านไวรัสภายในเวลา 72 ชั่วโมง และต้องทานยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 28 วัน ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัดมาก อาจจะต้องมาตรวจผลเลือดเพื่อเช็คอาการว่าเป็นโรค HIV หรือไม่ทุกระยะด้วย แม้ว่าจะหมดระยะการกินยาไปแล้วเพื่อให้ผู้ป่วยแน่ใจได้ว่าหายจากอาการโรคนี้จริง ยาตัวนี้หมอจะแจกยาให้แตกต่างกันไปตามแต่กรณีไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามยาตัวนี้กินแล้วจะมีผลข้างเคียงบ้างเช่นอาการท้องเสีย ปวดหัว อิดโรยเหนื่อยง่าย คลื่นไส้อาเจียน จึงเป็นสาเหตุให้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจจะเกิดขึ้น

ใครควรกินยา

สำหรับยา pep นั้นถูกออกแบบมาเพื่อคนที่อาจจะเข้าไปประสบกับภาวะเสี่ยงที่อาจจะติดโรค HIV ขึ้นมาได้ ยกตัวอย่างเช่น การมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าทั้งแบบตั้งใจ และไม่ตั้งใจ(โดนข่มขื่น) หมอ แพทย์ พยาบาลที่สัมผัสเลือดโดยตรงเวลาช่วยเหลือผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ แม้แต่อุบัติเหตุขณะมีเพศสัมพันธ์อย่างถุงยางหลุด รั่ว หรือ เกิดรอยแผลระหว่างมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งที่เข้าข่ายด้วยเหมือนกัน

ข้อควรระวังในการกินยา

นอกจากผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างการทานยา pep อีกหนึ่งอย่างที่ควรระวังเลยนั่นก็คือ การมีเพศสัมพันธ์ ควรหลีกเลี่ยงได้จะเป็นการดีที่สุด เพราะการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างทานยาอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรค HIV ให้กับตัวเองได้ หรือหากต้องมีจริงควรใส่เครื่องป้องกันจะดีกว่า

ยา pep เป็นยาต้านไวรัสฉุกเฉินที่ทำขึ้นมาในกรณีที่เราเกิดเข้าไปเสี่ยงต่อภาวะติดโรค HIV ดังนั้นหากใครที่มีภาวะดังกล่าวเราขอแนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์ซะภายในเวลาที่กำหนด จะได้รับยาได้ทัน อย่าเสี่ยง อย่าประมาท ติดโรค HIV แล้วจะมานั่งเสียใจทีหลังไม่ได้นะ

PrEP คืออะไร ? เกี่ยวข้องอย่างไรกับเชื้อ HIV

แม้ว่าการรักษาโรคเอดส์ ที่เกิดจากเชื้อ HIV นั้นเป็นเรื่องที่เรายังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้อย่างสิ้นเชิง แต่การรักษาโรคนี้ก็พัฒนาไปมาก อย่างหนึ่งที่ทำได้ก็คือ การสร้างยาเพื่อจัดการกับโรคนี้ในกรณีที่ได้รับเชื้อแบบฉุกเฉิน หรือ การสร้างยาที่ป้องกันเอาไว้สำหรับคนที่อยู่ในภาวะเสี่ยว ก็มีเช่นเดียวกัน

ยา PrEP คืออะไร

อย่างที่บอกไปว่า การสร้างเครื่องมือมาต่อกรกับเชื่อ HIV มีเยอะมาก แนวคิดหนึ่งที่สำคัญก็คือ การสร้างเกราะป้องกันตัวเองก่อนที่จะเป็นโรค HIV ไว้ก่อน หากกันไว้ได้โอกาสที่จะเป็นเอดส์ก็ลดน้อยลงไปด้วย ยา PrEP ถูกคิดขึ้นมาด้วยแนวคิดแบบนั้น ยาตัวนี้ย่อมาจากคำว่า Pre Exposure Prophylaxis ตัวยานี้ก็คือยาที่ท่านก่อนที่จะได้รับเชื้อ HIV

ใครควรรับประทานยาตัวนี้

เอาเค้าจริงยาตัวนี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราสามารถโลดโผนกับการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันตัวเองได้ ความจริงแล้วยา PrEP ทำมาเพื่อให้คนที่มีกลุ่มเสี่ยงจากสถานการณ์ต่างๆ อย่างเช่น หนึ่งกลุ่มที่ตัวเองไม่ได้มีผลเลือดเป็นลบ (ไม่ได้เป็นเอดส์) แต่ว่าคู่นอน หรือ คนในครอบครัวมีผลเลือดเป็นเอดส์ หรืออาจจะต้องสงสัยว่าเป็นก็ได้ สองคนที่ชอบเปลี่ยนคู่นอนเป็นประจำ สามคนที่เคยกินยาป้องกันเอดส์แบบฉุกเฉินไปแล้ว แต่ไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ก็อาจจะต้องหันมากินยาแบบระยะยาวแทน สี่คนที่มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ตั้งใจ ไม่พร้อม ห้าคนที่ทำงานกับเลือดและสัมผัสกับคนที่ไม่รู้จักตลอดเวลา

ความสามารถ

ยา PrEP ต้องยอมรับว่ามันเป็นเครื่องมือป้องกันการแพร่เชื้อเอดส์ได้อย่างชะงักนัก เนื่องจากทางการแพทย์ระบุว่ายาชนิดนี้หากวัดกันเรื่องผลการป้องกันเอดส์ สามารถทำได้ถึง 92% แต่ต้องกินยาเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผลของยาชัดเจนมากขึ้น ซึ่งการกินก็ไม่ได้ยากอะไร กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้งเท่านั้นเอง

ผลข้างเคียง

ยาไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม มีผลข้างเคียงเสมอ เพื่อให้เข้าใจตรงกันการกินยาไปตลอดแม้ว่าจำเป็นแต่เลี่ยงได้จะดีกว่า การทานยา PrEP นั้นจะส่งผลข้างเคียงต่อผู้ที่กินด้วย อย่างแรกจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หากกินยาไประยะยาวส่งผลต่อการทำงานของไต มวลกระดูกมีปัญหาได้ หรือบางรายแพ้มากอาจจะมีผลต่อโรคไวรัสตับอักเสบบี

แม้ว่ายาตัวนี้จะดีมากสำหรับการป้องกันตัวเองจากเชื้อ HIV แต่ทางที่ดีการป้องกันตัวเองด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศของตัวเอง ไม่พาตัวเองไปอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อโรค HIV จะเป็นการป้องกันตัวเองที่ดีที่สุด

จริงหรือไม่ !!! ในอนาคตจะมียารักษาโรคเอดส์ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้

แม้ว่าวิทยาการทางด้านการรักษาของมนุษย์พัฒนามากขึ้น เอาชนะโรคร้ายได้มากแค่ไหน แต่ก็แปลกเราก็มักจะเจอโรคที่วิทยาการยังไม่สามารถเอาชนะในห้วงเวลานั้นได้อยู่ดี อย่างตอนนี้ก็เป็นโรคเอดส์ ที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถามว่าในอนาคตจะมียารักษาโรคเอดส์ได้ไหม เรามาลองวิเคราะห์กัน

โรคเอดส์คืออะไร

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า โรคเอดส์ คืออะไร โรคนี้เป็นภาวะของภูมิคุ้มกันบกพร่อง กล่าวคือผู้ป่วยโรคนี้จะเจอเชื้อโรคที่มีชื่อว่า HIV เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเชื้อโรคเข้าไปจะทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว (ที่มีหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย) ตายลง เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวตายลง เราก็ภูมิคุ้มกันต่ำลงผลที่ตามมาก็คือเราจะป่วยได้ง่าย และนานขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายและเติบโตได้ดีแบบไม่มีใครมากันได้ เมื่อป่วยมากเข้าก็ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด นี่คือวัฏจักรของการเป็นโรคเอดส์

การรักษาในปัจจุบัน

ตอนนี้วิทยาการแพทย์ของเรานั้น ยังไม่สามารถเอาชนะจัดการเชื้อโรคนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่การรักษาตามอาการที่เกิดขึ้นของโรคที่แทรกซ้อนขึ้นมา กับ กินยาต้านไวรัสเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดโรคได้ง่าย เป็นการรักษาแบบประคองตัวผู้ติดเชื้อ HIV ให้เกิดอาการป่วยได้น้อยที่สุด

ยารักษาแบบฉุกเฉิน

อีกหนึ่งวิธีการที่สามารถจัดการกับเชื้อ HIV ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วตัวเรา นั่นก็คือการได้รับยารักษาแบบฉุกเฉิน มันคือยากกินชนิดหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อ HIV แพร่ขยายตัวก่อนจะสายเกินไป ซึ่งการกินยาชนิดนี้ต้องเกิดจากการไปมีเพศสัมพันธ์หรือภาวะเสี่ยงมาก หากเข้าปรึกษาแพทย์ทันภายในเวลาที่กำหนดก็จะสามารถกินยาเพื่อต้านไวรัส หากกินยาตามกำหนด และพบแพทย์ตามสั่ง เราจะสามารถป้องกันตัวเองจากโรคเอดส์ได้

อนาคตจะมียาแก้โรคเอดส์ไหม

ถามว่า อนาคตจะมียาแก้โรคเอดส์ไหม ตอบได้เลยว่ามี แต่อาจจะไม่ใช่ในช่วงเวลา 5-10 ปีนี้อย่างแน่นอน ส่วนแนวคิดในการรักษาให้หายขาด คิดว่ามีอยู่สองแนวทาง อย่างแรกการไขความลับของเชื้อโรค HIV แล้วกำจัดมันออกไปจากร่างกาย วิธีนี้หากจะทำได้ต้องมี AI ที่สามารถถอดรหัสที่แตกต่างกันในตัวเราให้ได้สำเร็จ จากนั้นก็หาทางทำลายไปทีละส่วน โดยไม่กระทบต่อร่างกาย กับอีกแนวทางหนึ่งคือ การสร้างภูมิคุ้มกันแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อทดแทนสิ่งที่เสียไปจากเชื้อ HIV เมื่อภูมิคุ้มกันของเราดีเยี่ยมแม้จะไม่ได้มาจากเซลล์เม็ดเลือดขาวก็ตาม เราก็จะไม่ป่วยจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ จนมีชีวิตได้ยืนยาวนาน ส่วนแนวทางไหนจะเกิดขึ้นก่อนต้องมาดูกัน

G club มือถือ บริการเกมส์คาสิโนออนไลน์เต็มรูปแบบ

gclub-games-register-free

G club เว็บไซต์ยอดนิยมเปิดให้บริการคาสิโนออนไลน์ ทุกรูปแบบ ผ่านมือถือ พร้อมทั้งช่องทางเข้าที่อำนวยความสะดวกให้สมาชิกเข้าใช้งานได้ง่าย เว็บไซต์ของเรายังมีเกมส์อีกมากมายที่ท่านเลือกเล่นได้ ซึ่งมีมากกว่า 50 รายการ ช่วยเพื่อเพิ่มสีสันในการเล่นเกมส์ของท่านได้มากขึ้น ท่านจะไม่จำเจไปกับเกมส์รูปแบบเดิมๆ เพราะเรามีการอัพเดทนำเกมส์ใหม่ๆ เข้ามาให้ท่านได้สัมผัสกันอยู่ตลอด พร้อมทั้งช่องทางของ Sport Games ที่ท่านเล่นได้ง่ายขั้นตอนน้อยมือใหม่ก็เล่นได้ เกมส์แทงบอลออนไลน์ถือว่าเป็นสุดยอดเกมส์พนันอีกหนึ่งประเภทที่ G club ให้บริการเช่นกันเป็นการเลือกคู่แทงได้หลายแบบ แทงเดี่ยว, แทงคู่, หรือแทงเป็นชุด ราคาก็จะถูกแบ่งออกเป็นแต่ละประเภทในการแทง

บริการดีมีคุณภาพด้านเกมส์พนัน

เว็บไซต์ของเรายังบริการได้ประทับใจสมาชิกเพราะทีมงานทำงานตลอดทั้งวันดูแลสมาชิกเกี่ยวกับปัญหาหรือช่วยชี้แนะข้อมูลต่างๆ และระบบ ฝาก-ถอน ของเรายังทันสมัยไม่ต้องรอเวลาในการฝาก-ถอนอีกต่อไปเพราะเราอัพเดทนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้งานเรียบร้อยท่านสามารถใช้บริการได้ไม่จำกัดครั้ง รับเงินทันใจ ฝากเข้าทันที เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการเล่นพนันเป็นอาชีพ ด้วยเว็บไซต์ที่เปิดมากว่า 7 ปี มีมาตรฐานตามหลักสากล ทีมงานมืออาชีพอยู่ในวงการมาแล้วกว่า 5 ปี ช่วยพัฒนาระบบเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี G club จึงเป็นที่รู้จักในหมู่นักพนันเป็นจำนวนมากและมีสมาชิกเข้ามาสมัครเรื่อยๆ ทำให้เห็นว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพและไม่โกงสมาชิกอย่างแน่นอน

register-free-gclub-games

ทดลองเล่นคาสิโนออนไลน์ฟรี

หากท่านที่ต้องการที่จะเข้าเล่นเกมส์กับ G club ไม่ยากเพียงติดต่อทางทีมงานเพื่อขอทดลองเล่นก่อนที่จะสมัครจริงทางเราจะดำเนินการทำ User ทดลองเล่นแล้วส่งให้ท่าน โดยใช้เวลารอในการดำเนินการประมาณ 15 – 20 นาที ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น ท่านไม่ต้องกังวลในเรื่องใดๆ เพราะภายใน User จะมีเงินให้ท่านได้ทดสอบเล่นจริงได้เช่นเดียวกับสมาชิกทั่วไป ใช้งานได้ทุกอย่าง ( แต่ไม่สามารถถอนเงินออกจาก User ได้ ) ระยะในการทดลองไม่จำกัดหากท่านเล่นเดิมพันจนเงินหมดแล้ว การทดลองเล่นถือว่าเป็นอันสิ้นสุดลง

สมัครสมาชิกจีคลับ ง่าย ไม่ซับซ้อน

สำหรับท่านที่ทำการทดลองเล่นแล้วสนใจอยากเข้าร่วมสมัครกับ G club ทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ช่องทางสมัครออกแบบมาเพื่อให้เหมาะต่อการใช้งานสำหรับสมาชิก เพียง 3 ขั้นตอนสำหรับการสมัครดังนี้

    1. เลือกช่องทางสมัครต่อไปนี้
      • สมัครผ่านหน้าเว็บไซต์
      • สมัครผ่าน Live Chat
      • สมัครผ่าน Line
      • สมัครผ่าน Call Center
      • สมัครผ่าน Email
    2. เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้วให้โอนเงินเพื่อทำการเปิดบัญชีใหม่
    3. รอการตรวจสอบจากทางทีมงานเพื่อดำเนินการส่ง User และ Pass ให้ท่าน ผ่าน SMS เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการสมัคร