ตรวจเชื้อ HIV ทำอย่างไร มีกี่วิธี อะไรบ้าง เพื่ออะไร

โรค HIV นั้นเป็นโรคที่เรายังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ก็คือการค้นพบมันก่อนจะเกิดอันตรายขึ้นกับตัวเรา จากนั้นก็ทานยาต้านไวรัสตลอดชีวิต พร้อมกับดูแลตัวเองให้ดีเพื่อสู้กับโรคร้าย เชื้อไวรัสต่อไป การตรวจหาเชื้อไวรัส HIV จงสำคัญมาก ซึ่งการตรวจหา HIV เค้ามีวิธีการตรวจอย่างไร เรามีคำอธิบายด้านล่าง

ไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็น

หากเราไปมีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยงมา หรือ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV เราอาจจะต้องรีบไปหาหมอเพื่อตรวจว่าตัวเองนั้นติดเชื้อไวรัสนั้นมาหรือเปล่า แต่อย่างหนึ่งต้องเข้าใจก่อนก็คือ บางครั้งการตรวจแล้วสรุปว่าเราไม่เป็น HIV นั้นไม่ได้หมายความว่าเราไม่เป็น การตรวจแล้วไม่เจออาจจะหมายถึงว่าเชื้อโรคดังกล่าวยังอยู่ในระยะฟักตัวจึงไม่แสดงอาการนั้นออกมา นั่นทำให้การตรวจหา HIV จึงต้องมีการตรวจซ้ำอีกหลายครั้งระยะห่างประมาณ 3 เดือนเพื่อให้แน่ใจจริงว่าแม้จะเข้าสู่ระยะฟักตัวแล้ว เราก็ยังไม่มีเชื้อตัวนี้อยู่ดี

วิธีการตรวจ HIV

หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย หากต้องไปตรวจหาเชื้อโรค HIV แต่ความจริงแล้วไม่เป็นแบบนั้นเลย การตรวจหาเชื้อเพื่อให้เราสบายใจและชัดเจนว่าจะจัดการกับตัวเองอย่างไร ซึ่งการตรวจหา HIV มี 3 วิธีดังนี้

วิธี Anti HIV

วิธีแรกชื่อว่า Anti HIV วิธีนี้เราสามารถตรวจได้กับโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถตรวจได้ปีละ 2 ครั้ง (หากเกินกว่านั้นเสียเงินเอง) การตรวจใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะทราบผลการตรวจ แต่การตรวจนี้จะเป็นการตรวจร่างกายย้อนไปประมาณ 1 เดือนก่อน กล่าวคือ หากเรามีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยงมาแล้วประมาณ 25-30 วัน (ไม่มีเพศสัมพันธ์เพิ่มเติม) จากนั้นมาตรวจจะทราบได้ว่าเรามีเชื้อหรือไม่ แต่หากเรามีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยงในระยะเวลาที่น้อยกว่านั้น (1-2 วัน, 1 สัปดาห์) จะไม่สามารถตรวจพบเจอได้

วิธี NAT

วิธีนี้เราไม่ขอพูดในรายละเอียดทางด้านเทคนิค พูดง่ายๆ ว่า เราสามารถตรวจได้เลยหากไปมีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยงมาไม่เกิน 1 สัปดาห์ วิธีนี้ตรวจได้ว่าจะเป็น HIV หรือไม่ สามารถไปตรวจได้ตามคลินิกนิรนามเงื่อนไขตรวจได้ฟรี ปีละ 2 ครั้งเช่นกัน อธิบายเพิ่มเติม คลินิกนิรนามคือคลินิกที่ให้คำปรึกษาเฉพาะทางสำหรับผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

วิธี Rapid HIV test

สำหรับใครที่อาย กลัว ไม่กล้าไปเจอหมอ หรือ พยาบาลที่คลินิกนิรนามวิธีนี้ตอบโจทย์เนื่องจากสามารถตรวจได้เองที่บ้าน แล้วรอผลตรวจเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้นเอง แต่การตรวจด้วยวิธีนี้เราไม่ค่อยแนะนำเท่าไร เนื่องจากผลการตรวจอาจจะคลาดเคลื่อนจากวิธีการตรวจที่เราทำผิดพลาดได้(ตื่นเต้น ไม่เข้าใจวิธีการ) แนะนำว่าหากต้องการตรวจจริงเลือกสองวิธีแรกจะแม่นยำกว่า อีกทั้งจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการปฏิบัติตัวด้วย