6 สิ่งที่คนมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคเอดส์กับผู้ติดเชื้อ HIV

ถึงแม้ว่าโรคเอดส์จะไม่ใช่โรคใหม่สำหรับประเทศไทย คนไทยส่วนใหญ่เริ่มจะรู้จักและเข้าใจว่าโรคนี้อันตรายอย่างไร แต่ก็น่าประหลาดใจตรงที่คนไทยหลายคนยังมีความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ และผู้ป่วย HIV ไม่ถูกต้องเท่าที่ควร ดังนั้นเพื่อไขข้อข้องใจในความรู้ที่ไม่ถูกต้อง เราจึงรวบรวมความเข้าใจผิดๆ ที่เกี่ยวกับโรคเอดส์และผู้ติดเชื้อ HIV มาฝากกันคะ

  1. โรคเอดส์ กับ เชื้อ HIV เป็นคนละตัวกัน

  • HIV หมายถึง เชื้อไวรัส
  • เอดส์ หมายถึง ภาวะที่ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายถูกทำร้ายจากไวรัส HIV อีกทีหนึ่ง
  1. โรคเอดส์อาจมีโอกาสที่จะรอดชีวิต

การแพทย์ในยุคปัจจุบันยังไม่สามารถหายาที่จะรักษาโรคเอดส์ได้โดยตรง แต่ถ้าหากพบในระยะที่ยังเป็นการติดเชื้ออยู่ ผู้ป่วยก็ยังพอที่จะทานยาต้านไวรัส เพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าไปทำร้ายภูมิคุ้มกันในร่างกาย จนเกิดอาการผิดปกติออกมา ดังนั้นหากพบเชื้อได้เร็ว ก็จะยิ่งควบคุมเชื้อได้ง่าย โอกาสรอดก็มีสูงขึ้น

  1. คนเป็นเอดส์ ติดเชื้อ HIV ต้องเสียชีวิตด้วยอาการแผล ตุ้ม หนอง

สาเหตุของการเกิดแผลต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นจากเชื้อเอดส์ แต่เกิดขึ้นจากเชื้อโรควัณโรค เข้ามาทำร้ายร่างกายหลังจากที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ไม่ดี ปล่อยให้เชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายจนสำแดงอาการออกมา ซึ่งการแสดงอาการของโรคไม่ได้จะเป็นแค่แผลทางผิวหนัง อาจรวมถึง โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

  1. ผู้ป่วยโรคเอดส์ และผู้ติดเชื้อ HIV คือคนที่สำส่อนในเพศสัมพันธ์

การติดเชื้อไม่ได้เกิดจากเพศสัมพันธ์เท่านั้นมีหลายคนที่อาจติดเชื้อ HIV จากแม่ หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคควบคู่ไปด้วย

  1. เชื้อ HIV ไม่ใช่ไข้หวัดที่จะติดต่อกันได้ง่าย

  • เชื้อ HIV จะไม่ติดต่อกันผ่านทาง กอด จูบ (ยกเว้นกรณีที่มีแผลในปาก แล้วจูบแลกน้ำลายกัน) ทานข้าวร่วมกัน จานเดียวกัน ช้อนคันเดียวกัน มีเพศสัมพันธ์ด้วยการใช้ถุงยางอนามัย ลมหายใจ ใช้สิ่งของอุปโภคร่วมกัน
  • เชื้อ HIV ติดต่อกันได้ทาง สารคัดหลั่ง เลือด ผ่านการใช้เข็มฉีดยา การให้นมบุตรของมารดา รับสารคัดหลั่ง เลือดจากปากแผลสดๆ
  1. ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่จำเป็นต้องกินยาต้านไวรัสไปตลอดชีวิต

การทานยาต้านไวรัสตรงเวลา   และมีการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ มีโอกาสที่เชื้อไว้รัส HIV จะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ จนสามารถหยุดทานยาไปได้ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างสม่ำเสมอประกอบด้วย

ในความเป็นจริงแล้วโรคเอดส์ และเชื้อไวรัส HIV ไม่น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด ลองเปิดใจและมองผู้ที่ติดเชื้อเหมือนคนปกติ แล้วคอยให้กำลังใจให้พวกเขาเหล่านั้นสู้ต่อไปคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดคะ