โอกาสของผู้ที่ติดเชื้อ HIV เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

แนวโน้มในอนาคตของผู้ติดเชื้อ HIV

ในวาระครบรอบ 30 ปี ของการค้นพบโรคเอดส์ครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1981 โครงการ UNAIDS ได้ออกรายงานชื่อว่า AIDS at 30 : Nations at the crossroads จากรายงานดังกล่าวระบุว่าในระหว่างช่วงปี ค.ศ.2001-ค.ศ.2009 อัตราของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV หรือผู้ป่วยโรค AIDS รายใหม่จากทั่วโลกมีจำนวนลดลงเกือบ 25% โดยเฉพาะในประเทศอินเดียซึ่งมีการลดลงของจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่มากกว่า 50% และอีก 35% ในแอฟริกาใต้ ซึ่งความจริงแล้วทั้งอินเดียและแอฟริกาใต้ต่างก็เป็นประเทศที่มีผู้ป่วยติดเชื้อ HIV จำนวนมากที่สุด แต่ถึงแม้ว่าอัตราของผู้ป่วยติดเชื้อ HIV รายใหม่ทั่วโลกจะมีการลดจำนวนลง แต่กลับพบว่าจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ HIV จากทั่วโลกยังคงมีอยู่สูงมาก  ซึ่งมีจำนวนประมาณ  7,000 ราย/วัน ซึ่งรายงานของ UNAIDS ระบุว่า ประมาณ 26% ของผู้ที่ติดเชื้อ HIV รายใหม่ ๆ ทั้งหมด จะเป็นผู้หญิงอายุ 15-24 ปี นอกจากนี้การติดเชื้อ HIV หรือโรค AIDS  เป็นอีกสาเหตุหลักในการเสียชีวิตของสตรีวัยทำงาน จากรายงาน AIDS at 30 : Nations at the crossroads ของ UNAIDS ระบุว่า ตั้งแต่มีรายงานการพบโรค AIDS เป็นครั้งแรก นับมาจนถึงปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากโรค AIDS ไปแล้วเกือบ 30 ล้านคนทั่วโลก  อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าในปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วย AIDS ราว ๆ 34 ล้านคน

สถานการณ์ของโรค AIDS ในปัจจุบัน

จำนวนของโรค AIDS ในปัจจุบันนี้  พบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นปีละ 5-6 ล้านคน ทั้งๆที่ความจริงแล้วผู้ติดเชื้อใหม่น่าจะมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีคนไข้ที่ได้รับยาต้านไวรัสมากขึ้น และคนที่ได้รับยาไปก็ไม่สามารถไปแพร่เชื้อให้ใครได้อีก เพราะปริมาณของเชื้อไวรัสในร่างกายจะลดลงมาก ถ้าทานยาเป็นประจำ คนติดเชื้อใหม่จึงน่าจะลดลงไปด้วย  แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่ามีคนบางกลุ่มมีโอกาสได้รับการติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้น เช่น ในกลุ่มชายรักชาย ,  คุณแม่ตั้งครรภ์ , ทหารเกณฑ์ นอกจากนี้สิ่งที่เห็นชัดเจนมากในเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาคือ พบผู้ที่เป็นกามโรคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหนองในหรือซิฟิลิส เพราะฉะนั้น พอคนเป็นกามโรคมากขึ้นก็เป็นการบ่งบอกว่าคนเริ่มมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันอีกแล้ว จากปัญหาเหล่านี้จึงเป็นเครื่องเตือนอย่างหนึ่งว่า AIDS กำลังจะกลับมาระบาดใหม่อีกรอบ เนื่องจากบางคนก็บอกว่า เพราะสังคมทราบแล้วว่าเอดส์สามารถรักษาให้ได้เลยไม่กลัว บางคนก็บอกว่า ขาดการการประชาสัมพันธ์เรื่อง AIDS หรือการใช้ถุงยางอนามัย  รวมทั้งผู้ใหญ่ในบ้านเราก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญ จึงทำให้คนไม่ค่อยตระหนักและไม่เกรงกลัวสักเท่าไหร่นั่นเอง