ความแตกต่างระหว่าง HIV และ เอดส์

สังคมไทยยังคงมองภาพว่าผู้ที่ติดเชื้อ HIV ก็คือผู้ป่วยเป็นโรคเอดส์ เมื่อผู้ป่วยเป็นโรคเอดส์แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากเข้าใกล้หรือมีความสัมพันธ์ใดๆ ด้วยทั้งสิ้นเพราะกลัวว่าตนเองจะติดโรคจากคนที่เป็นโรคอยู่ก่อนแล้ว ทำนองเหมารวมไปเลยว่าคนๆ นี้เป็นคนไม่น่าคบหาสมาคมด้วย ควรอยู่ห่างไกลเอาไว้จะเป็นการดีที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรียนรู้กันแบบผิดๆ เสมอมา ในความเป็นจริงแล้วระหว่าง HIV กับเอดส์ เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างมากเพียงแต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจเท่านั้นเอง

ความแตกต่างระหว่าง HIV กับเอดส์

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือปัจจุบันทางการแพทย์ นั้นได้พยายามมีการเปลี่ยนแปลงจากผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์มาเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ HIV มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากว่าตามหลักทฤษฎีแล้วเชื้อ HIV เป็นเพียงแค่ไวรัส ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วคนที่ติดเชื้อ HIV ไม่ได้ถือสถานะว่าตัวเองมีภาวะป่วยเพราะฉะนั้นทางการแพทย์ในยุคปัจจุบันจะไม่ถือว่าผู้ที่ติดเชื้อ HIV เป็นผู้ป่วย โดยเชื้อ HIV สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ประกอบไปด้วย

ระยะที่ 1 ระยะแรกผู้ป่วย HIV จะไม่มีอาการแสดงใดๆ ทั้งสิ้น ทางการแพทย์เรียกว่า ผู้ป่วยเริ่มติดเชื้อ เมื่อเวลาผ่านไป 5-7 ปีก็จะเข้าสู่ระยะที่ 2 ทางการแพทย์เรียกว่า ระยะเริ่มมีอาการ ลักษณะที่พบเด่นชัดมากก็คือจะมีตุ่มขึ้นตามร่างกาย เป็นเชื้อราในปาก ติดเชื้องูสวัด และอาการอื่นๆ ที่เริ่มแสดงออกมาอย่างเด่นชัด จากนั้นเมื่อผ่านไปอีกระยะก็จะเริ่มเข้าสู่ระยะที่ 3 โดยใช้เวลาจากระยะที่ 2 ประมาณ 1-2 ปี ซึ่งระยะนี้เองเราจะมีการเรียกกันว่า ระยะเอดส์เต็มขั้นเนื่องจากว่าในระยะดังกล่าวนี้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ป่วย จะตกลงอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมีอาการรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิ เชื้อราในสมอง, ต่อมน้ำเหลืองกระจายไปทั่วร่างกาย, วัณโรค, ปอดอักเสบ, เชื้อไวรัสขึ้นจอตาจนบอดสนิท เป็นต้น ระยะดังกล่าวนี้ผู้ป่วยจะมีอาการที่หนักจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลซึ่งเราจะเรียกผู้ป่วยเหล่านี้ว่า ผู้ติดเชื้อเอดส์

คำถามที่หลายๆ คนสงสัยก็คือแล้วผู้ป่วย HIV ยังไงก็ต้องพัฒนาไปเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์อยู่ดีไม่ใช่หรือ คำตอบก็คือหากผู้ป่วยมีเชื้อ HIV รู้ตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นและมีการรักษาอย่างถูกต้อง ทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ ไวรัสที่อยู่ในตัวจะยังคงที่ไม่สามารถพัฒนาจนกลายเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์ได้ รวมไปถึงการดูแลสุขลักษณะของร่างกายให้เหมาะสมด้วย บางคนแม้จะเป็นผู้ป่วย HIV แต่ก็มีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวเกินกว่า 15 ปีมีเยอะแยะมาก ดังนั้นควรต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ระหว่าง HIV กับ เอดส์