ความสัมพันธ์ของวัณโรคกับเอดส์ที่ไม่ธรรมดา

เมื่อยุคสมัยโบราณวัณโรคถูกจัดว่าเป็นโรคระบาดที่น่ากลัว เพราะไม่มียารักษาคนส่วนมากที่เป็นโรคนี้สุดท้ายก็จบลงที่ความตาย พอวิชาการแพทย์เริ่มวิวัฒนาการมากขึ้นเรื่อยจนสามารถผลิตยารักษาโรคได้ วัณโรคจึงไม่น่ากลัวอีกต่อไป ส่วนความสัมพันธ์ของวัณโรคกับโรคเอดส์มีความเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร พอสรุปได้สังเขปดังนี้

ความเกี่ยวข้องของเอดส์กับวัณโรค

ตามปกติแล้วผู้ติดเชื้อเอดส์ในระยะเริ่มต้นจะมีโอกาสที่เป็นวัณโรคได้ง่ายกว่าคนปกติถึง 20-30 เท่า แล้วเมื่อเป็นก็อาจจะมีความรุนแรงของโรคมากกว่าในคนทั่วไปผู้ป่วยโรคเอดส์จะติดเชื้อวัณโรคในระยะที่เท่าไหร่

ในประเทศไทยยังพบเชื้อวัณโรคอยู่ค่อนข้างสูง ผู้ป่วยโรคเอดส์จึงสามารถที่จะติดเชื้อวัณโรคได้ตลอดเวลา หากเมื่อการติดเชื้อลุกลามจนกลายเป็นโรคเอดส์เต็มขั้นก็ยิ่งพบเชื้อวัณโรคได้มากขึ้น สาเหตุมาจากเอดส์เข้าไปทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายเท่ากับเปิดโอกาสให้กับวัณโรคได้แพร่เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

ลักษณะอาการของวัณโรคในผู้ป่วยโรคเอดส์

ผู้ที่ติดเชื้อทั้งสองประเภทจะเกิดอาการไข้ยาวนานกว่า มีน้ำหนักตัวลดลงมากกว่ารวมทั้งมีการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคปอดไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ เช่น เยื่อหุ้มสมอง กระดูก ต่อมน้ำเหลือง และมีอาการอื่นๆ ประกอบร่วมด้วย เช่น ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก เป็นต้น

การวินิจฉัยวัณโรคมีความซับซ้อนกว่าคนธรรมดา

จากที่ทราบว่าผู้ป่วยโรคเอดส์จะมีโอกาสในการติดเชื้อฉวยโอกาสอื่นๆ นอกเหนือจากวัณโรค ดังนั้นการจะวินิจฉัยวัณโรคในผู้ป่วยโรคเอดส์จึงยากมากกว่าคนปกติ

สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

หากผู้ป่วยได้รับการรักษาตามกำหนดและเชื้อไม่ดื้อยา ผู้ป่วยโรคเอดส์ก็จะมีโอกาสหายขาดได้มากกว่าร้อยละ 95 ดั่งเช่นคนปกติทั่วไป แต่ปัญหาที่มักพบคือผู้ป่วยมีอาการแพ้ยา แล้วไม่มารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอจนครบกำหนดหรือเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ

ผู้ป่วยโรคเอดส์ที่เป็นวัณโรคสามารถแพร่เชื้อได้หรือไม่

ผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์และวัณโรคร่วมอยู่ด้วยจะสามารถแพร่กระจายเชื้อวัณโรคไปยังผู้อื่นได้เหมือนกับผู้ป่วยวัณโรคทั่วไป ส่วนเรื่องของการแพร่เชื้อโรคเอดส์ก็เป็นไปตามปกติ คือ การติดต่อทางเลือด เพศสัมพันธ์

การดูแลผู้ป่วยที่เป็นเอดส์และวัณโรค

ควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามคำสั่งแพทย์ คอยสังเกตอาการข้างเคียงที่เกิดจากยา รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ พักผ่อนให้เพียงพอ ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่มีอาการไอ ไม่ใกล้ชิดกับบุคคลอื่นจนกว่าอาการไอจะบรรเทาลง