ความรู้เบื้องต้นในการอยู่ร่วมกันกับผู้ป่วย HIV

ผู้ป่วย HIV คือผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสประเภทหนึ่งเข้าสู่ร่างกายจากการติดเชื้อด้วยหลายสาเหตุ เช่น การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่มีการป้องกัน, การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน, การสัมผัสเลือดของผู้ที่มีเชื้อ HIV และอื่นๆ อย่างไรก็ตามแม้ผู้ป่วย HIV จะถูกมองว่าเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีใครต้องการ ทว่าจริงๆ แล้วผู้ติดเชื้อ HIV ก็เหมือนกับคนที่ป่วยเป็นโรคๆ หนึ่งเท่านั้นเอง  หากมีการดูแลร่างกายที่ดีก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้แบบปกติกับคนทั่วไป แต่ประเด็นสำคัญก็คือคนที่อยู่ด้วยจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่าการแพร่เชื้อ HIV ไม่ใช่ว่าจะแพร่เชื้อกันได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นการเรียนรู้ที่จะอยู่กับผู้ป่วย HIV อย่างถูกวิธีควรเป็นสิ่งที่ต้องคิดใหม่

การอยู่ร่วมกับผู้ป่วย HIV อย่างถูกวิธี

  1. ไม่ใช้ของร่วมกับผู้ป่วย HIV – ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการไม่ใช้ของร่วมกันไม่ได้หมายถึงการรังเกียจ เพียงแต่ว่านี่เป็นวิธีการอยู่ร่วมกันของผู้ป่วย HIV กับคนทั่วไป เพราะปกติแล้วสิ่งของโดยทั่วไปก็ไม่ควรใช้ร่วมกันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นแปรงสีฟัน, มีดโกน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของทุกอย่างเสียหน่อย เพราะอย่างจาน, ชาม, ช้อน, ส้อม สิ่งเหล่านี้หากล้างให้สะอาดก็สามารถใช้ร่วมกันได้
  2. ใส่ถุงยางอนามัยหากต้องการมีเพศสัมพันธ์ – การอยู่กับผู้ป่วย HIV โดยเฉพาะกับแฟนหรือคนรักไม่ได้หมายความว่าจะมีเพศสัมพันธ์กันไม่ได้ เพียงแต่ว่าต้องรู้จักป้องกันด้วยการใช้ถุงยางอนามัยและการพยายามไม่สัมผัสกับพวกสารคัดหลั่งต่างๆ
  3. ทำความสะอาดที่อยู่อาศัยอยู่เสมอ – การทำความสะอาดที่อยู่อาศัยอยู่เสมอจะช่วยให้ไม่มีเชื้อ HIV ไปแพร่กระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว เช่น บางทีผู้ป่วยอาจทำเลือดหยดเอาไว้แล้วเราไม่รู้ไปสัมผัสเข้ากับร่างกาย เพราะฉะนั้นการทำความสะอาดที่อยู่อาศัยเป็นประจำนอกจากจะทำให้ปลอดภัยแล้วยังช่วยให้ผู้ป่วยเองมีสุขภาพที่ดีด้วย
  4. มองสิ่งต่างๆ ในแง่บวก – ลำพังผู้ป่วย HIV ก็เครียดและซึมเศร้ามากพออยู่แล้ว คนที่อยู่ด้วยจึงจำเป็นต้องพยายามมองโลกในแง่บวก คอยให้กำลังใจ และมองว่าผู้ป่วย HIV ก็คือคนปกติคนหนึ่งซึ่งไม่ได้มีความแตกต่างไปจากคนทั่วไป เพราะเขาแค่ไม่สบายป่วยเป็นโรคๆ หนึ่งเท่านั้น
  5. นำพาไปสร้างสิ่งดีๆ ร่วมกัน – อย่างการทำบุญ การออกกำลังกาย การไปเที่ยวด้วยกันสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะสร้างกำลังใจชั้นดีให้กับผู้ป่วย HIV ทุกคนให้สามารถทำใจได้ว่าสิ่งที่เขาเป็นนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับคนรอบข้างแถมยังได้แง่คิดดีๆ ในชีวิตกลับมาอีกมากมายเพราะคนรอบข้างเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น