การแพร่ระบาดของ “โรคเอดส์ในไทย”

โรคเอดส์ เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี หรือเชื้อเอดส์ที่มักจะพบอยู่ในสารคัดหลั่ง และในเลือด เช่นการรับเลือด ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งผู้ที่มีเชื้อเอดส์อยู่ในร่างกายจะถูกทำลายภูมิคุ้มกันทำให้เกิดโรคติดเชื้อแทรกซ้อนหลากหลายชนิด รวมถึงเป็นมะเร็งบางชนิด จนสุดท้ายถึงแก่ชีวิต

ส่วนในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคเอดส์รายแรกเป็นผู้ชาย สัญชาติไทย อายุ 28 ปี มีถิ่นกำเนิดและเติบโตในประเทศไทย แต่ไปเรียนต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งช่วงอาศัยอยู่ที่นั้นเคยไปเที่ยวผู้หญิงรวมทั้งรักร่วมเพศกับชายด้วยกัน ต่อมาไม่นานก็เริ่มล้มป่วยพบว่าปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับมารักษาตัวต่อที่ประเทศไทย โดยเข้ารับการรักษาที่รพ.รามาธิบดีได้ 117 วันก็เสียชีวิตลง พร้อมกับได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตจากโรคเอดส์

ในปัจจุบันผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 และจากการรายงานข้อมูลของคลินิกนิรนามสภากาดชาดไทยเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า “กลุ่มผู้ติดเชื้อที่เป็นวัยรุ่น” (18-20 ปี) อยู่ที่ร้อยละ 7 แต่พอมาถึงปัจจุบันกลับพบว่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่า โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 15-19 ปี แสดงให้เห็นว่าการติดเชื้อเอดส์เริ่มมีแนวโน้มที่จะแซงผู้ชายออกไป ดังนั้นการวางแผนป้องกันในเรื่องนี้จึงควรเน้นให้ความรู้ความเข้าใจเฉพาะกลุ่ม

ข่าวร้ายที่พบไปยิ่งกว่านั้นก็คือ ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเอดส์มีอาการดื้อยาประมาณร้อยละ 10   แล้วคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า อาจจะเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณถ้าไม่มีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังดูแลอย่างชัดเจน จะส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคเอดส์เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

สถิติผู้ป่วยโรคเอดส์ในประเทศไทยจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าตั้งแต่พ.ศ. 2527 – 31 ตุลาคม 2548 มีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 280,294 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 78,905 ราย ส่วนกลุ่มอายุที่พบมากจะเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 20-39 ปี ในนั้นจะอยู่ช่วงอายุ 30-34 ปี จะสูงสุดร้อยละ 25.83 รองลงมาอายุ 25-29 ปี ร้อยละ 24.97 อายุ 35-39 ปี ร้อยละ 16.85 และอายุ 20-24 ปี ร้อยละ 9.01 ส่วนกลุ่มอายุที่พบต่ำสุดจะอยู่ช่วง 10-14 ปี ร้อยละ 0.23 อาชีพที่พบมากที่สุดจะเป็นอาชีพรับจ้าง , เกษตรกรรม ตามลำดับลงมา

ดังนั้นการรณรงค์ป้องกันจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เพียงแต่ต้องให้ความสนใจและจริงจังกับปัญหา เหมือนที่นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ “เราทุกคนต้องจดจำไว้ว่า เอดส์เป็นปัญหาของเราทุกคน ต้องทำให้มันมีความสำคัญต่อเราด้วย” เช่นเดียวกัน